.
.
.
ผ่านไปหนึ่งปีกับอีกสองเดือน
กับความทุกข์ในใจที่เราเฝ้าบอกตัวเองว่าเดี๋ยวมันก็ผ่านไป
แต่เหมือนยิ่งนานเท่าไหร่
มันยังคงฝั่งแน่นจมลึกเข้าไปในใจจนยากที่จะถอน
........
เมื่อกี้ เฟิร์นเพิ่งเข้าไปดูข่าวในกระทู้ๆหนึ่งมา
ความรู้สึกเมื่อหนึ่งปีสองเดือนนั้น ตอนนี้เฟิร์นยังคงรู้สึก
และเริ่มรู้สึกมากๆ เมื่อได้มาอ่านข่าวนั้น
เฟิร์นยอมรับ ตอนนี้เฟิร์นยังคงรอ รอในสิ่งที่คิดว่ามันน่าจะเป็นไปได้
รอในสิ่งที่แคสสิโอเปียทุกคนอยากให้มันเกิดขึ้น
รอ "ทงบังชินกิ"
ถึงตอนนี้เฟิร์นยังไม่แน่ใจในคำว่ารอของพี่ๆ
รอของพี่ คือรอในรูปแบบไหน
รอเจวายเจ รอโฮมิน หรือ ...
รอ ทงบังชินกิ ...
เจวายเจกำลังจะคัมแบค
โฮมินกำลังจะคัมแบค
แน่นอน เห็นๆกันอยู่แล้วว่า เจวายเจ และ โฮมิน
แล้วทงบังชินกิ ?? รอต่อไป...
ใจหาย เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีความรู้สึกนี้เกิดขึ้น
ถ้าถามว่าเสียใจไหม เฟิร์นไม่รู้ เฟิร์นไม่คิดว่าเฟิร์นเสียใจ
ในเมื่อรู้และคิดว่าพี่ๆก็ยังสามารถเป็นทงบังชินกิได้เหมือนเดิม
แต่ตอนนี้ล่ะ ยังสามารถกลับมาเป็นทงบังชินกิได้อยู่อีกไหม?
ทงบังชินกิ เท่ากับ มิตรภาพ
ตอนนี้ยังไม่ใช่ แล้วมิตรภาพ ยังคงเป็นเช่นเดิม?
เฟิร์นไม่ได้อยากดราม่า ไม่ได้อยากให้ตัวเองจมปรักอยู่กับแต่เรื่องเศร้าๆที่ยากจะลืม
แต่จะทำยังไงได้ เฟิร์นนั่งฟังเพลงของพี่ๆอยู่ทุกๆวัน เพลงที่พี่ๆร้องกันห้าคน
จะทำให้เฟิร์นไม่คิดถึงเมื่อวันวานแล้วมองปัจจุบันโดยไม่คิดอะไรเลยน่ะ
เฟิร์นทำไม่ได้หรอก ทำไม่ได้จริงๆ ในเมื่อยังคงรอคอยอยู่ทุกวันนี้
ถามว่าเหนื่อยไหมที่รักพวกพี่ เฟิร์นตอบได้เลยนะว่าไม่เหนี่อย ไม่เหนื่อยเลย
เฟิร์นมีความสุขที่ได้รู้จัก ได้ฟังเพลง ได้รับรู้เกี่ยวกับพี่ทุกๆเรื่อง
แต่เฟิร์นเหนื่อย เหนื่อยกับการวิ่งไล่ตามความฝันลมๆแล้งๆ
ความฝันที่คิดว่ามันจะเป็นจริง ความฝันที่รอคอย
เหนื่อยในทุกๆวัน ทุกๆลมหายใจ สำหรับการรอคอยอะไรซักอย่าง
ชีวิตเราเหมือนละคอน และในบางทีมันก็โศกนาฎกรรมในด้านความรู้สึกยิ่งกว่าละคอนซะอีก
ตอนที่เฟิร์นไปดูเรื่อง waiting for godot แล้วย้อนกลับมาดูตัวเอง
แล้วก็อยากจะขำให้กับชีวิต ที่ต้องรออะไรซักอย่างเหมือนตัวละคอนในเรื่อง
ดำเนินชีวิตไป เพราะต้องรอ รออะไรซักอย่างที่ชื่อว่าโกโดท์ ไม่รู้ว่ารอทำไม รู้แต่ว่าต้องรอ
และจุดจบ มันช่างไม่สวยงามเลยจริงๆ
เหมือนกับเฟิร์นที่ดำเนินชีวิตไปด้วยการรอคอย แต่เฟิร์นรู้ว่ารอทำไม แล้วต้องรออะไร
แต่แค่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่เท่านั้นเอง มันเป็นเหมือนเดินไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ และเรื่อยๆ
มองไม่เห็น หาไม่เจอ แต่ก็ต้องเดินต่อไป
และจุดจบ แน่นอนว่าวาดฝันให้มันสวยงาม แต่ มันจะเป็นไปได้งั้นหรอ ??
วันนี้ เพื่อนเฟิร์นคนหนึ่งเขียนข้อความใต้รูปในเฟสบุ๊คของเขา
เป็นประโยคท่ทำให้เฟิร์นสะอึก
"อะไรที่มันแตกไปแล้ว ไม่มีทางจะประกอบมันกลับมาให้เป็นเหมือนเดิมได้"
เฟิร์นถึงกับพูดไม่ออก แล้วก็ดึงให้เฟิร์นกับมาอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง
ช่วงนี้เฟิร์นไม่อยากดราม่ามากมาย
ในชีวิตเรื่องต่างๆที่ผ่านเข้ามาก็ทำให้เฟิร์นดราม่ามามากพอแล้ว
แต่เรื่องของคนที่เฟิร์นรักและเคารพน่ะ มันห้ามกันไม่ได้จริงๆ
หากถามว่าตอนนี้ ความรู้สึกที่มีได้เปลี่ยนไปไหม
ใช่ ความรู้สึกที่มีต่อพี่ๆน่ะ มันเปลี่ยนไปแน่ๆ เวลาเปลี่ยน อะไรๆเปลี่ยน
ได้รู้เรื่องราวมากมายต่างๆนาๆ มันก็ต้องเปลี่ยนความทัศนคติและมุมมอง
แต่ความรักที่ให้น่ะ แน่นอน มันไม่มีเปลี่ยนไปเป็นทางอื่น
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม เฟิร์นยังคงยืนยันว่ารัก เท่าที่มนุษย์คนนึงมีให้ได้
เพียงแค่คำว่า"รัก"นี่แหละ ถ้ามันมีคำที่จำกัดความได้มากกว่ารัก เฟิร์นก็จะใช้คำนั้น
วันนี้เฟิร์นมาแบบเศร้าจิตตก บลาๆ เพราะเรื่องนี้แหละ สามสอง, คัมแบค, ไม่ใช่ห้า
ใจหายเนอะ เฟิร์นยอมรับว่าใจหายตั้งมาหนึ่งปีสองเดือน
มาตระหนักได้ตอนนี้ว่า ในบางทีเวลาก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย
มีแต่ช่วยถ่วงรั้งความทรมานให้มีมากขึ้นก็เท่านั้นเอง
จากนี้เป็นยังไงเฟิร์นไม่รู้ เฟิร์นจะรออย่างงี้แหละ อยู่อย่างงี้แหละ
สนับสนุนไปเรื่อยจนกว่าจะหมดแรง หมดกำลังไป
อยากขอบคุณขอบคุณพี่ชายที่รักท้งห้าคน
ขอบคุณนะคะ ขอบคุณมากจริงๆตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมา
ทำให้เฟิร์นมีความสุขมาก
และต่อจากนี้
เฟิร์นก็จะพยายามใช้ชีวิตอย่างมีความสุข เพื่อตัวเอง
เพื่อคนรอบข้าง เพื่อคนที่รักเฟิร์น เพื่อพี่ๆที่เฟิร์นรัก
"till I do love you"
Fern ,, W
edit @ 9 Sep 2010 00:16:23 by * ✞ gabiNo - [Y]unho ✞ *
